ประกันรถยนต์ตามอายุรถ: รถของคุณควรทำประกันชั้นไหนดีที่สุด

การเลือกประกันรถยนต์ไม่ใช่แค่เรื่องของงบประมาณ แต่ยังต้องพิจารณาอายุรถ พฤติกรรมการขับขี่ และความต้องการความคุ้มครองที่แท้จริง มาทำความรู้จักกับประเภทของประกันภัยรถยนต์และรถแต่ละช่วงอายุมีความเหมาะสมกับประกันแบบใด เพื่อให้คุณมั่นใจว่าได้เลือกประกันที่ตอบโจทย์และให้ความสบายใจสูงสุด

 

ทำไมอายุรถถึงสำคัญกับการเลือกประกันภัย

ความสัมพันธ์ระหว่างอายุรถกับระดับความเสี่ยงและมูลค่าตลาดส่งผลกระทบโดยตรงกับราคาค่าเบี้ยประกันรถยนต์และการเลือกกรมธรรม์ประกันรถยนต์ที่เหมาะสม

 

ความเสี่ยงและมูลค่ารถที่เปลี่ยนไปตามอายุ

ยานพาหนะทุกประเภทจะมีการสูญเสียมูลค่าตามกาลเวลา บริษัทประกันภัยจะประเมินมูลค่าตลาดปัจจุบันเป็นหลักในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหาย ปกติแล้วมูลค่ารถยนต์จะลดอย่างต่อเนื่อง

 

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงมูลค่า

  • รถใหม่: มูลค่าสูงสุดทุนประกันที่รับได้สูงสุดไม่เกิน 80% ของราคาจำหน่ายรถใหม่ (ราคารถป้ายแดง) ในปีแรก

  • รถวัยกลาง: มูลค่าลดลงแต่ยังคงมีค่าใช้สอยสูง

  • รถอายุมาก: มูลค่าตลาดต่ำ ควรพิจารณาความคุ้มค่าของเบี้ยประกันรถยนต์

 

ปัจจัยด้านอะไหล่และค่าบำรุงรักษา

การหาอะไหล่รถยนต์สำหรับรถรุ่นเก่าที่อาจมีการผลิตน้อยลง หรือไม่ได้ผลิตแล้วอาจมีความยากลำบากในการจัดหาอะไหร่ หรือซ่อมแซม ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อู่ซ่อมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะรุ่นเก่าอาจมีจำนวนจำกัด ทำให้ต้นทุนการซ่อมบำรุงสูงขึ้น

 

ระดับความเสี่ยงที่แปรผันตามช่วงอายุรถ

ความเสี่ยงในการใช้งานรถยนต์ จะเปลี่ยนแปลงตามอายุและสภาพของรถ

 

  • รถยนต์ใหม่ (ระยะแรกของการใช้งาน)

o มูลค่าสูง ทำให้เป็นเป้าหมายของการ มีโอกาสเกิดการถูกโจรกรรมมากกว่า

o มูลค่าสูง ทำให้เป็นเป้าหมายของการ มีโอกาสเกิดการถูกโจรกรรมมากกว่า

  • รถยนต์อายุปานกลาง

o ความเสี่ยงจากการโจรกรรมน้อยลง

o ชิ้นส่วนต่างๆ และอะไหร่ต่างๆ ผ่านการใช้งานมาแล้วพอสมควร หากเกิดความเสียหายจะมีค่าอะไหล่ แปรผันตามมูลค่าตลาด

o เหมาะกับการเลือกกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองที่เหมาะสมกับมูลค่ารถยนต์

  • รถยนต์อายุมาก

o ความเสี่ยงการโจรกรรมต่ำเนื่องจากผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน มีมูลค่าลดลง

o มีปัญหาด้านการเสื่อมสภาพของอะไหล่รถยนต์และระบบต่างๆ

o สำหรับรถเก่า การเลือก ประกันชั้น 3+ จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า เพราะนอกจากจะคุ้มครองบุคคลภายนอกแล้ว ยังให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของเราเองในกรณีรถชนรถอีกด้วย

 

หลักการสำคัญในการประเมิน

การตัดสินใจเลือกประกันภัยรถยนต์ควรพิจารณาความสมดุลระหว่างเบี้ยประกันที่จ่ายกับความคุ้มครองที่ได้รับ โดยเฉพาะในรถอายุหลายปีที่ค่าซ่อมอาจสูงจน 'ซ่อมไม่คุ้ม' เมื่อเทียบกับมูลค่าตัวรถ การมีประกันภัยในระดับที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้รับการคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุด การทำความเข้าใจในความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้การเลือกประกันรถยนต์ตรงตามความต้องการและให้ประโยชน์สูงสุดในแต่ละช่วงอายุการใช้งานของรถยนต์


 

รู้จักประเภทประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

เลือกให้ตรงใจตามการใช้งาน การทำความเข้าใจกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของคุณ

 

ประกันชั้น 1: คุ้มครองครอบคลุมที่สุด

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองสูงสุดและครอบคลุมทุกสถานการณ์ เหมาะสำหรับรถใหม่ป้ายแดง มือใหม่หัดขับ และผู้ที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด

 

  • การคุ้มครองครบทุกกรณี

o ความเสียหายของรถยนต์: คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ทุกกรณี เช่น การชนแบบมีคู่กรณี และชนแบบไม่มีคู่กรณี รวมถึงการชนเสา ชนฟุตบาท หรือพลิกคว่ำ ภัยธรรมชาติต่างๆ เป็นต้น

o รถหาย: คุ้มครองรถยนต์สูญหาย

o ไฟไหม้: คุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม

o น้ำท่วม: คุ้มครองความเสียหายจากภัยน้ำท่วมและภัยธรรมชาติ

 

  • การคุ้มครองบุคคลภายนอก

o ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของผู้อื่นที่ได้รับความเสียหายทางอุบัติเหตุจากรถยนต์

o ค่าชดเชยการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของบุคคลภายนอก ที่ได้รับความเสียหายทางอุบัติเหตุจากรถยนต์

 

  • จุดเด่นเฉพาะของประกันชั้น 1

o คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ทุกกรณี

o อุ่นใจกับความคุ้มครองที่ครอบคลุม

 

  • เหมาะสำหรับ

o ผู้ขับขี่มือใหม่: ต้องการความมั่นใจเป็นพิเศษและความคุ้มครองครบถ้วนที่สุด

o เจ้าของรถใหม่ (อายุไม่เกิน 7 ปี): รถยนต์มูลค่าสูงต้องการความคุ้มครองสูงสุดให้ครอบคลุมเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

o ผู้ที่ขับรถในพื้นที่ การจราจรเสี่ยงสูง: พื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นหรือมีอัตราอุบัติเหตุสูง

 

  • ข้อพิจารณา

o ด้านงบประมาณ: เบี้ยประกันสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประกันชั้นอื่น แต่ให้ความคุ้มครองครบถ้วนและบริการพิเศษมากที่สุด

o ความคุ้มค่า: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสบายใจสูงสุดและไม่ต้องการความเสี่ยงทางการเงินจากอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการชนแบบไม่มีคู่กรณีที่ประกันชั้นอื่นไม่คุ้มครอง

 

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ของธนชาตประกันภัย Single Rate จัดเต็ม คุ้มครองแบบเหนือกว่า มั่นใจทุกการขับขี่  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

 

ประกันชั้น 2+: คุ้มครองรองลงมาในราคาที่เข้าถึงได้

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็นทางเลือกที่สมดุลระหว่างความคุ้มครองและราคา เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่เน้นคุ้มครองคุ้มค่าในราคาประหยัด โดยให้ความคุ้มครองสูงเกือบเท่าชั้น 1 แต่ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า

 

  • การคุ้มครองครอบคลุมอุบัติเหตุ:

o รถชนรถ: คุ้มครองการชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น

o รถหาย: คุ้มครองการสูญหาย

o ไฟไหม้: คุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้

o น้ำท่วม: สามารถซื้อเพิ่มเพียง 500 บาท คุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท (เฉพาะประกัน 2+ จัดเต็ม ของธนชาตประกันภัย)

o ไม่คุ้มครอง: การชนไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ชนรั้ว หรือพลิกคว่ำ

 

  • ความสะดวกในการซื้อ

o ซื้อออนไลน์ได้รับ E-policy ทันที ไม่ต้องรอเอกสาร

o ไม่ต้องตรวจสภาพรถ ก่อนทำประกัน

 

  • ประกัน 2+ จัดเต็ม ของธนชาตประกันภัย มีเงินชดเชยที่มากกว่าประกัน 2+ ทั่วไป

o เงินชดเชยค่าเดินทาง ระหว่างรถเข้าอู่ซ่อม ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี

o เงินชดเชยรายได้ ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล ไม่เกิน 30 วัน/ครั้ง

o คุ้มครองผู้โดยสารบนรถ สูงสุดไม่เกิน 7 คน

 

  • บริการครบครัน

o บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง

o ศูนย์บริการดูแลรถเข้าซ่อม “Meet & Care”

o แจ้งเคลมผ่าน Line OA ธนชาตประกันภัย 24 ชั่วโมง

 

  • เหมาะสำหรับ

o ผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์: เหมาะกับผู้ที่ขับขี่ระมัดระวัง มีความชำนาญในการขับขี่ และไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุ แบบไม่มีคู่กรณี

o เจ้าของรถวัยกลาง: รถอายุ 3-7 2-20 ปี ที่ต้องการความคุ้มครองสูงแต่ประหยัดเบี้ย

o ผู้ที่มีงบประมาณจำกัด: ต้องการความคุ้มครองครอบคลุมในราคาที่สมเหตุสมผล

 

  • ข้อจำกัดที่ควรทราบ

o ไม่คุ้มครองการชน ไม่มีคู่กรณี: อุบัติเหตุจากการชนเสา ชนรั้ว ชนขอบทาง หรือพลิกคว่ำ ต้องจ่ายค่าซ่อมเอง

o ต้องมีคู่กรณี: เฉพาะการชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้นที่ได้รับความคุ้มครองประกันชั้น 2+ จัดเต็ม เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างความคุ้มครองและ เหมาะกับผู้ขับขี่ระมัดระวัง มีความชำนาญในการขับขี่ ที่ต้องการประหยัดเบี้ยแต่ยังคงความอุ่นใจ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

 

ประกันชั้น 3+: คุ้มครองรถตัวเองเมื่อมีคู่กรณี

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ เป็นความคุ้มครองพื้นฐานที่เพิ่มการปกป้องตัวรถเมื่อเกิดการชน เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ชำนาญที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการชนกับคู่กรณี

 

  • การคุ้มครองตัวรถ

o รถชนรถ: คุ้มครองเฉพาะการชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น สูงสุด 150,000 บาท

o ประกันตัวผู้ขับขี่: ความคุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่

o ค่ารักษาพยาบาล: คุ้มครองผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

o ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก: ความคุ้มครองคู่กรณี และบุคคลภายนอกที่บาดเจ็บ หรือได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

 

  • ไม่คุ้มครอง

o รถหาย โจรกรรม ไฟไหม้ น้ำท่วม

o การชนเสา กำแพง (ไม่มีคู่กรณี)

o อุบัติเหตุไม่มีคู่กรณ ทุกประเภท

 

  • ความสะดวก

o ไม่ต้องตรวจสภาพรถ ก่อนทำประกัน

o ซื้อออนไลน์ได้รับ E-policy ทันที

 

  • สิทธิประโยชน์พิเศษ

o เงินชดเชยค่าเดินทาง เมื่อรถเข้าอู่ซ่อม

o ส่วนลดกล้องติดรถยนต์ รวมในเบี้ยแล้ว

 

  • เหมาะสำหรับ

o ผู้ขับขี่ชำนาญ: มีประสบการณ์การขับขี่ดี

o เจ้าของรถเก่า (อายุ 2-25 ปี): รถที่มูลค่าไม่สูงมาก แต่ยังต้องการความคุ้มครอง จากการขับขี่บนท้องถนน

o ผู้ที่ต้องการประหยัดสูงสุด: เบี้ยเริ่มต้น 6,800 บาท ถูกกว่าประกันชั้นอื่นมาก

 

  • ความคุ้มครองจำกัด

o เฉพาะการชนกับยานพาหนะทางบก เช่น ชนกับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เป็นต้น

o ทุนประกันสูงสุด 150,000 บาท อาจไม่เพียงพอสำหรับความเสียหายสูง

 

  • ไม่เหมาะกับ

o ผู้ขับขี่มือใหม่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ไม่มีคู่กรณี

o รถใหม่ที่มูลค่าสูงและต้องการความคุ้มครองครบถ้วน

 

ประกันชั้น 3+ จัดเต็ม เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าเบี้ยสูงสุด โดยยังคงมีความคุ้มครองพื้นฐาน ตามการขับขี่บนท้องถนนสำหรับการชนกับรถอื่น เหมาะกับผู้ขับขี่มีประสบการณ์สูง และรถที่มูลค่าไม่สูงมาก อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

 

ประกันชั้น 3: คุ้มครองคู่กรณีเป็นหลัก

ประกันรถยนต์ชั้น 3 เป็นความคุ้มครองที่เน้นการปกป้องความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์น้อยหรือมีความชำนาญในการขับขี่

 

  • การคุ้มครองบุคคลภายนอก:

o ทรัพย์สินบุคคลภายนอก: คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น หรือคู่กรณี

o ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก: ค่าชดเชยการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของผู้อื่น หรือคู่กรณี

o ประกันตัวผู้ขับขี่: ความคุ้มครองเมื่อต้องรอดำเนินคดีของผู้เอาประกันภัย

 

  • การคุ้มครองบุคคลภายในรถ:

o ค่ารักษาพยาบาล: คุ้มครองผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถ

 

  • ไม่คุ้มครอง:

o ความเสียหายต่อตัวรถที่เอาประกัน

o การโจรกรรม ไฟไหม้ น้ำท่วม

o อุบัติเหตุทุกประเภทที่เกิดกับตัวรถ

 

  • จุดเด่นของประกันชั้น 3

o ราคาประหยัดที่สุด

o รถเก๋ง: เบี้ยเริ่มต้น 2,900 บาท

o รถกระบะ: เบี้ยเริ่มต้น 3,500 บาท

o ราคาเดียวทั่วประเทศ ไม่แบ่งเขต

 

  • ความสะดวก:

o ไม่ต้องตรวจสภาพรถ ก่อนทำประกัน

o ซื้อออนไลน์ได้รับ E-policy ทันที

 

  • เหมาะสำหรับ

o ผู้ใช้รถยนต์น้อย: ขับรถไม่บ่อย หรือใช้รถเป็นครั้งคราว

o ผู้ขับขี่ชำนาญ: มีประสบการณ์การขับขี่ดี ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

o ผู้ที่สามารถซ่อมรถเองได้: มีความรู้หรือทักษะในการดูแลซ่อมแซมรถยนต์

o ผู้ที่ต้องการประหยัดสูงสุด: งบประมาณจำกัด

 

  • ข้อจำกัดที่ควรทราบ

o ไม่คุ้มครองตัวรถ: ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถของตัวเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก

o เสี่ยงทางการเงิน: หากเกิดอุบัติเหตุ อาจต้องจ่ายค่าซ่อมรถเป็นจำนวนมาก

o เหมาะกับผู้ขับขี่ระมัดระวัง: ไม่เหมาะสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่หรือผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

 

  • การพิจารณาก่อนเลือก

o ประเมินความเสี่ยง: พิจารณาว่าสามารถรับความเสี่ยงจากการไม่มีความคุ้มครองตัวรถได้หรือไม่

o มูลค่าของรถ: หากรถมีมูลค่าต่ำ การประหยัดเบี้ยประกันอาจคุ้มค่ากว่า

 

ประกันชั้น 3 เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการราคาประหยัดที่สุด เหมาะกับผู้ขับขี่ชำนาญที่สามารถจัดการความเสี่ยงด้วยตัวเองได้ และไม่ต้องการความคุ้มครองต่อตัวรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

 

ตารางเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น

เปรียบเทียบความคุ้มครองและเบี้ยประกัน

 

 

เปรียบเทียบเงื่อนไขและบริการ

 

เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

 

สรุปความเหมาะสม

 

แนะนำประกันที่ใช่ตาม "อายุรถ" และ "สไตล์การขับขี่"

การเลือกประกันที่ตอบโจทย์ควรพิจารณาทั้งอายุรถและพฤติกรรมการใช้งาน เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ตรงจุดที่สุด

 

รถใหม่ป้ายแดง (0-2 ปี): คุ้มค่ากับประกันชั้น 1 ไหม

รถใหม่ป้ายแดงควรทำประกันชั้น 1 เสมอ มีความเสี่ยงการโจรกรรมสูง และบางคนอาจยังผ่อนอยู่ การไม่มีความคุ้มครองครบถ้วนอาจสร้างภาระทางการเงินหนัก หากคุณเป็นผู้ขับขี่มีประสบการณ์และต้องการประหยัด อาจพิจารณาประกันชั้น 2+ แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงจากการชนแบบไม่มีคู่กรณี ซึ่งมักเกิดกับรถใหม่ที่ยังไม่คุ้นชิน

 

รถอายุ 3-7 ปี: ประกันชั้น 1 หรือ 2+ ดี

รถอายุปานกลางเหมาะกับประกันชั้น 2+ มากที่สุด เพราะให้ความสมดุลระหว่างความคุ้มครองและราคา มูลค่ารถลดลงแล้วแต่ยังคงสูงพอที่จำเป็นต้องมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมหากคุณขับรถระมัดระวังและไม่เสี่ยงต่อการชนเดี่ยว ประกันชั้น 2+ จะประหยัดเบี้ย เมื่อเทียบกับชั้น 1 ส่วนผู้ขับขี่มือใหม่หรือขับในเขตเสี่ยงสูงควรเลือกประกันชั้น 1

 

รถอายุ 7-15 ปี: ทางเลือกที่หลากหลายและข้อควรรู้

ช่วงนี้มีทางเลือกมากที่สุด ตั้งแต่ประกันชั้น 2+ ลงมาถึงชั้น 3 ขึ้นอยู่กับมูลค่าและการใช้งาน

 

รถเก่าเกิน 15 ปี ขึ้นไป: ยังทำประกันได้หรือไม่

ช่รถเก่าเกิน 15 ปีแนะนำประกันชั้น 2+ และ 3+ เป็นหลัก การทำประกันที่มีเบี้ยแพงไม่คุ้มค่า ประกันชั้น 2+ และ 3+ ยังคงปกป้องความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามกฎหมาย และมีค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้โดยสาร เหมาะกับการประหยัดค่าใช้จ่าย หากยังต้องการความคุ้มครองตัวรถ ประกันชั้น 2+ และ 3+ อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์

 

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันรถเก่า

ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับประกันรถยนต์สำหรับรถเก่ามีหลากหลาย การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสมได้ดีขึ้น

 

รถเกิน 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ไม่ได้แล้วจริงหรือ

ทำได้! แต่แต่ละบริษัทมีเงื่อนไขต่างกัน บางบริษัทรับรถอายุไม่เกิน 10 ปี บางแห่งรับได้ และบริษัทอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ต้องตรวจสภาพรถ

 

รถเก่าไม่จำเป็นต้องทำประกัน

สามารถไม่ทำประกันภาคสมัครใจได้ แต่การไม่มีประกันภาคสมัครใจคุ้มครองตัวรถ ยังหมายถึงเจ้าของรถต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด ดังนั้นการทำประกันภาคสมัครใจสามารถชวยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์

 

ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร

ค่าเสียหายส่วนแรก คือจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายเองก่อน เมื่อเคลมประกัน หากเป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีคู่กรณี เช่น กำหนดไว้ 5,000 บาท หากค่าซ่อม 20,000 บาท ผู้เอาประกันจ่าย 5,000 บาท ประกันจ่ายอีก 15,000 บาท ค่าเสียหายส่วนแรกช่วยลดเบี้ยประกันให้ถูกลงด้วย การมีค่าเสียหายส่วนแรกช่วยให้เจ้าของรถระมัดระวังมากขึ้นและลดการเคลมเล็กๆ น้อยๆ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

ควรเลือกประกันชั้น 2+ หรือ 3+ สำหรับรถเก่าอายุ 7-15 ปี

ขึ้นอยู่กับมูลค่าและการใช้งาน ควรเลือกประกันชั้น 2+ เพราะคุ้มครองครอบคลุมใกล้เคียงชั้น 1 รวมถึงการรถหายและไฟไหม้ ประกันชั้น 3+ อาจเหมาะสมกว่า เพราะประหยัดเบี้ยแต่ยังคุ้มครองการชนกับรถอื่นได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาค่าเบี้ยเทียบกับมูลค่ารถ

 

การตรวจสภาพรถก่อนทำประกันสำหรับรถเก่ามีความจำเป็นแค่ไหน

ไม่จำเป็นสำหรับประกันชั้น 2+, 3+ และ 3 ตามข้อมูลจากบริษัทประกันหลายแห่ง เช่น ธนชาตประกันภัย ที่ไม่ต้องตรวจสภาพรถก่อนทำประกัน แต่ประกันชั้น 1 ต้องตรวจ เพื่อประเมินความเสี่ยง แต่สามารถซื้อประกันได้สะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ธนชาตประกันภัย ได้รับ E-policy ทันที หลังชำระเงิน (ยกเว้นชั้น 1 ต้องตรวจสภาพรถผ่านก่อน)

 

ถ้าไม่ทำประกันรถยนต์เลย จะเกิดอะไรขึ้น?

คำตอบต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญคือส่วนที่ ผิดกฎหมาย และส่วนที่ เสี่ยงทางการเงิน

  1. ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.): "ผิดกฎหมาย"

o การไม่มี พ.ร.บ. ถือเป็นความผิดตามกฎหมายจราจรทางบก มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท และที่สำคัญคือ จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ พ.ร.บ. เป็นหลักประกันขั้นพื้นฐานตามกฎหมายที่รถทุกคันต้องมี เพื่อคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยจากรถ

 2. ประกันภัยภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+, ฯลฯ): "ไม่ผิดกฎหมาย แต่เสี่ยงอย่างยิ่ง"

o แม้กฎหมายจะไม่บังคับให้ต้องทำ แต่หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาและคุณเป็นฝ่ายผิด พ.ร.บ. จะไม่ครอบคลุมค่าเสียหายด้านทรัพย์สิน เช่น ค่าซ่อมรถของคุณและของคู่กรณี ซึ่งหมายความว่าคุณต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตัวเอง ซึ่งอาจเป็นเงินหลักแสนหรือหลักล้านบาทได้