
ประกันชั้น 2 กับ 2+ ต่างกันอย่างไร เปรียบเทียบความคุ้มครอง ราคา และเลือกให้เหมาะกับคุณ
คุณมั่นใจแค่ไหนว่าการขับขี่บนท้องถนนทุกวันจะปราศจากอุบัติเหตุ? ท่ามกลางความไม่แน่นอน การมีหลักประกันที่คอยดูแลยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจึงเป็นสิ่งจำเป็น นอกจาก พ.ร.บ. ที่เป็นประกันภัยภาคบังคับแล้ว ประกันชั้น 2+ ก็เป็นประกันที่คุ้มค่าให้ความคุ้มครองที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ด้วย
ทำความเข้าใจประกันรถยนต์แต่ละประเภท
ก่อนจะเจาะลึกประกันชั้น 2 และ 2+ ควรทำความเข้าใจภาพรวมประกันภัยรถยนต์ประเภทต่างๆ เพื่อให้เห็นความแตกต่างของประกันรถยนต์แต่ละประเภท
● พ.ร.บ. เป็นประกันภัยภาคบังคับที่ทุกคันต้องมี คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชย ให้กับผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนต์ แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์
● ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุการชนที่มีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี คุ้มครองทั้งรถคันเอาประกันและบุคคลภายนอก สามารถซ่อมรถเราได้ในทุกกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ แต่เบี้ยประกันสูงที่สุด
● ประกันชั้น 2 คุ้มครองชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของ “คู่กรณี” รวมถึงรถหาย และไฟไหม้ แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถคันที่เอาประกันจากการชนทุกกรณี เบี้ยประกันราคาไม่สูง เหมาะกับผู้ที่ชำนาญในการขับขี่สูง หรือมีรถยนต์ที่ใช้งานมายาวนาน
● ประกันชั้น 2+ เป็นการพัฒนาจากประกันชั้น 2 เพิ่มความคุ้มครองรถคันเอาประกัน ในกรณีชนกับยานพาหนะทางบก แต่คุ้มครองอุบัติเหตุเฉี่ยวชนที่มีคู่กรณีเท่านั้น ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันภัยชั้น 1 แต่มีราคาย่อมเยากว่า
● ประกันชั้น 3 คุ้มครองชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของ “คู่กรณี” รวมถึงคุ้มครองอุบัติเหตุและการเสียชีวิตผู้เอาประกันภัยและผู้โดยสาร แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย ประกันชั้น 3 เหมาะกับรถคันเก่าที่ใช้งานมานาน เบี้ยราคาประหยัดที่สุด
● ประกันชั้น 3+ พัฒนาจากประกันชั้น 3 เพิ่มความคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุรถชนยานพาหนทางบกแบบมีคู่กรณี ประกันชั้น 3+ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองพื้นฐานในเบี้ยราคาประหยัด

ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง (และข้อยกเว้นที่ต้องรู้)
ประกันชั้น 2 เป็นประกันภาคสมัครใจที่เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์สูงและต้องการเบี้ยราคาประหยัด พอดีกับการใช้งานไปด้วย ในปัจจุบันประกันชั้น 2 แทบไม่ค่อยมีให้เห็นในตลาดแล้ว เนื่องจากเบี้ยประกันต่างจากประกันชั้น 2+ เพียงเล็กน้อย แต่ ประกันชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองที่ทำให้อุ่นใจมากกว่า ทำให้ประกันชั้น 2+ เป็นที่นิยมมากกว่า
ความคุ้มครองหลัก
1. ความเสียหายต่อบุคคลภายนอก ชีวิต ร่างกาย: ค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยการเสียชีวิต ทรัพย์สิน: ค่าซ่อมรถคู่กรณีและทรัพย์สินอื่นที่เสียหาย
2. รถยนต์คันเอาประกัน: จากการสูญหายและไฟไหม้เท่านั้น รถหาย: รถยนต์สูญหายจากการโจรกรรม (ต้องมีหลักฐานการแจ้งความและพิสูจน์ได้ว่ารถยนต์สูญหายจริง) ไฟไหม้: คุ้มครองอุบัติเหตุเพลิงไหม้ เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร, เพลิงไหม้จากภายนอก
3. ค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร คุ้มครองตามวงเงินที่กำหนดในกรมธรรม์
4. การประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์แล้วผู้ขับขี่ถูกดำเนินคดีอาญา เช่น ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต บริษัทประกันจะวางเงินประกันตัวชั่วคราวแทนผู้เอาประกันภัยในระหว่างพิจารณาคดี
สิ่งที่ไม่คุ้มครองสำหรับรถเรา
ข้อจำกัดสำคัญที่สุดของประกันชั้น 2 คือ ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถคันเอาประกันจากการชนในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็น:
● การชนแบบมีคู่กรณี: เช่น ชนท้ายรถคันอื่น แต่รถเราต้องซ่อมเอง (ประกันจะซ่อมให้เฉพาะรถคู่กรณี)
● การชนแบบไม่มีคู่กรณี: เช่น ชนเสา ชนต้นไม้ ครูดฟุตบาท รถพลิกคว่ำเอง ถอยชนรั้ว ชนประตูบ้าน
● ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ: เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ (แล้วแต่เงื่อนไขกรมธรรม์)
ประกันชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง
ประกัน 2+ เป็นการเพิ่มความคุ้มครองจากประกันชั้น 2 ด้วยจุดเด่นที่เพิ่มเข้ามาคือ ความคุ้มครองรถคันเอาประกันในกรณีชนกับยานพาหนะทางบก ทำให้เป็นตัวเลือกที่ใกล้เคียงประกันชั้น 1 แต่ราคาถูกกว่ามาก
ความคุ้มครองหลัก ความคุ้มครองรถชนกับยานพาหนะทางบก แบบมีคู่กรณี
● ความเสียหายต่อบุคคลภายนอก: ทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน
● รถหายและไฟไหม้: ตามทุนประกันที่กำหนดในกรมธรรม์
● ค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร: ตามวงเงินกรมธรรม์
● การประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา: ในกรณีเป็นฝ่ายผิด
ความคุ้มครองเพิ่มเติม
1. ความคุ้มครองการชนแบบรถชนรถ (มีคู่กรณี)
● ยานพาหนะทางบก เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก รถโดยสาร หรือรถพ่วง เป็นต้น
● ซ่อมทั้งสองฝ่าย: ประกันจะซ่อมทั้งรถเรา และรถคู่กรณี เหมือนประกันชั้น 1
● ต้องมีคู่กรณีชัดเจน: จะต้องระบุตัวคู่กรณีได้
2. ความคุ้มครองเสริม (ขึ้นอยู่กับแผนประกัน)
● ภัยธรรมชาติ: น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ (บางอย่างต้องซื้อเพิ่ม ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์)
สิ่งที่ไม่คุ้มครองสำหรับรถเรา แม้ประกัน 2+ จะคุ้มครองเพิ่มมากขึ้นกว่าประกันชั้น 2 แต่ยังมีข้อจำกัดบางอย่างอยู่ เช่น
1. ไม่คุ้มครองการชนแบบไม่มีคู่กรณี
● ชนเสา ชนต้นไม้ พลิกคว่ำเอง ครูดฟุตบาท
● ถอยชนรั้ว ชนประตูบ้าน ชนกำแพงถอยชนรั้ว ชนประตูบ้าน ชนกำแพง
● ชนกระถางต้นไม้ ถังขยะ สิ่งกีดขวางต่างๆ
2. ไม่คุ้มครองการชนที่ไม่ใช่ยานพาหนะทางบก
● ชนรถเข็น ชนคนเดินเท้า ชนจักรยาน (กรณีนี้ประกันจะซ่อมให้คู่กรณี แต่รถเราไม่ซ่อม)
3. การกระทำโดยเจตนาหรือประมาทร้ายแรง
● ขับรถในสภาพมึนเมาหรือใต้อิทธิพลสารเสพติด
4. การถูกชนแล้วหนี (ยกเว้นมีหลักฐาน)
● หากไม่สามารถระบุตัวคู่กรณีได้ จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
● บริษัทประกันจะพิจารณาหากมีหลักฐาน เช่น กล้องหน้ารถ กล้องวงจรปิด ที่เห็นทะเบียนและรุ่นรถคู่กรณี
เปรียบเทียบประกันชั้น 2 vs ประกันชั้น 2+ ต่างกันอย่างไร

เงื่อนไขการเคลมและหลักฐานที่จำเป็น
กรณีชนแล้วหนี ประกันชั้น 2+ สามารถเคลมรถเราได้ หากมี
● ภาพจากกล้องหน้ารถ ที่เห็นทะเบียนและรุ่นรถคู่กรณีชัดเจน
● ภาพจากกล้องวงจรปิด ในบริเวณที่เกิดเหตุ ที่สามารถระบุลักษณะรถคู่กรณี
● พยานที่เชื่อถือได้ และรายงานตำรวจที่ละเอียด หลักฐานการแจ้งความ
ข้อแตกต่างสำคัญ: ประกันชั้น 2 ไม่สามารถเคลมกรณีนี้ได้เลย ไม่ว่าจะมีหลักฐานแค่ไหนก็ตาม เพราะไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเราจากการชน
ประกันชั้น 2+ เหนือกว่าประกันชั้น 2 อย่างไร
ประกัน 2+ มีข้อดีมากกว่าประกันชั้น 2 เช่น
1. ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น: สามารถซ่อมรถเราได้เมื่อชนกับยานพาหนะทางบก แบบระบุคู่กรณีได้
2. ราคาที่คุ้มค่า: เพิ่มเบี้ยเพียงเล็กน้อย แต่ได้ความคุ้มครองเพิ่มขึ้นมาก
3. ความอุ่นใจในการขับขี่: ลดความกังวลเรื่องค่าซ่อมรถจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดบนท้องถนน
4. เพียงพอกับการใช้งานจริง: ครอบคลุมกับอุบัติเหตุเฉี่ยวชนที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้บ่อยบนท้องถนน
เมื่อไหร่ควรเลือกประกันชั้น 2+ (เหมาะกับใคร)
ประกัน 2+ เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีปัจจัยต่างๆ ดังนี้:
ผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์และมั่นใจในฝีมือการขับขี่
● มีความชำนาญในการขับขี่สูง มักไม่เกิดอุบัติเหตุจากความประมาท
● มั่นใจในประสบการณ์ขับขี่ ว่ามีโอกาสน้อย หรือแทบไม่มีการเกิดอุบัติเหตุการชนแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ชนต้นไม้
ผู้ที่ต้องการประหยัดเบี้ยประกัน แต่ยังได้รับความคุ้มครองรถตัวเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
● บประมาณจำกัด แต่ยังต้องการความคุ้มครองรถตัวเองในระดับหนึ่ง
● ต้องการความสมดุล ระหว่างราคาและความคุ้มครองที่พอดีกับการใช้งาน
● ต้องการเบี้ยประกันราคาประหยัด แต่ยังต้องการความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกับประกันชั้น 1
รถยนต์ที่มีอายุมาก (แต่ยังต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมใกล้เคียงกับประกันชั้น 1)
● เหมาะสำหรับรถอายุเกิน 7 ปี ที่ไม่สามารถทำประกันชั้น 1 ได้ แต่ยังต้องการความคุ้มครองใกล้เคียงประกันชั้น 1
● ต้องการคุ้มครองพื้นฐาน ในราคาที่สมเหตุสมผล
ผู้ที่ใช้รถยนต์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
● ใช้รถยนต์ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
● ต้องการความคุ้มครองรถหาย และไฟไหม้
ผู้ที่ขับรถในเมืองใหญ่หรือพื้นที่การจราจรหนาแน่น
● ผู้ที่ขับรถในเมืองใหญ่ รถเยอะ การจราจรหนาแน่น
● พื้นที่ที่อุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชนเบามักเกิดขึ้นบ่อย
● เส้นทางที่มีรถมอเตอร์ไซค์วิ่งหนาแน่น เพราะประกัน 2+ คุ้มครองการชนกับรถมอเตอร์ไซค์
ผู้ที่ใช้รถน้อยแต่ยังต้องการความคุ้มครอง
● ใช้รถไม่บ่อย หรือขับเฉพาะบริเวณใกล้บ้าน
● จอดรถระหว่างวันมากกว่าขับ แต่ยังต้องการความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้
● ต้องการประหยัดค่าเบี้ย จากประกันชั้น 1 แต่ยังได้ความคุ้มครองที่ใกล้เคียง
เปรียบเทียบความคุ้มครอง: ประกันชั้น 1, 2+, 2, และ 3+

ขั้นตอนการเคลมประกันชั้น 2+
กรณีชนยานพาหนะทางบก มีคู่กรณี
1. จัดการในจุดเกิดเหตุ
○ ถ่ายภาพครบทุกมุม
○ บันทึกข้อมูลคู่กรณี
○ แจ้งตำรวจ (หากจำเป็น)
2. แจ้งบริษัทประกัน
○ โทรหรือแจ้งเคลมผ่านไลน์ทันที
○ ส่งเอกสารและภาพถ่าย
3. นำรถไปประเมิน
○ อู่ที่บริษัทประกันแนะนำ
○ ได้ใบเสนอราคาการซ่อม
กรณีชนแล้วหนี แต่มีหลักฐาน
1. เก็บหลักฐาน
○ ภาพจากกล้องหน้ารถ
○ ภาพจากกล้องวงจรปิด
○ ข้อมูลพยาน
2. แจ้งความต่อตำรวจ
○ ภายใน 24 ชั่วโมง
○ แนบหลักฐานทั้งหมด
3. แจ้งเคลมประกัน
○ ส่งหลักฐานให้บริษัทประกัน
○ รอการพิจารณาเคลม
กรณีรถหาย / ไฟไหม้
1. แจ้งความทันที
2. แจ้งบริษัทประกัน
3. ดำเนินการตามขั้นตอนของบริษัท
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ประกันชั้น 2+ ผ่อนชำระได้ไหม?
ผ่อนได้ โดยทางธนชาตประกันภัยมีโปรโมชั่นผ่อน 0% 10 เดือน (เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)
ถ้าทำประกันชั้น 2+ แล้วชนสิ่งของ เช่น กำแพง ประกันจะซ่อมให้ไหม?
ประกันชั้น 2+ คุ้มครองเฉพาะการชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น การชนกำแพง เสา ต้นไม้ ประตูบ้าน กระถางต้นไม้ ถังขยะ หรือสิ่งของต่างๆ ถือเป็นการชนไม่มีคู่กรณี ซึ่งไม่อยู่ในความคุ้มครอง
ประกันชั้น 2+ คุ้มครองน้ำท่วมทุกกรณีหรือไม่?
คุ้มครองเฉพาะน้ำท่วมฉับพลันที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น ขับรถอยู่แล้วน้ำท่วมทันที หรือจอดรถใต้ดินแล้วน้ำท่วมกะทันหัน ซึ่งความคุ้มครองน้ำท่วมต้องซื้อเพิ่มจากแผนประกันชั้น 2+ ปกติ
หลังจากทำประกันชั้น 2+ แล้ว สามารถกลับไปทำประกันชั้น 1 ได้ไหม
สามารถเปลี่ยนได้ เมื่อครบกำหนดต่อกรมธรรม์ (1 ปี) โดยต้องประเมินตรวจสภาพรถและจ่ายเบี้ยประกันตามอัตราของประกันชั้น 1 แต่ต้องเช็คอายุรถด้วย กรณีรถอายุเกิน 7 ปี อาจทำประกันชั้น 1 ไม่ได้
ประกันชั้น 2+ เหมาะกับรถมือสองไหม
เหมาะกับรถมือสองที่ใช้งานขับขี่ในชีวิตประจำวัน เพราะความคุ้มครองครอบคลุมในราคาที่พอดีกับการใช้งานทั่วไป ช่วยประหยัดเบี้ยประกันได้มาก
