
วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ปี 2568: ประหยัดสูงสุด 40%
คุณรู้หรือไม่ว่าประเทศไทยมีรถจดทะเบียนสะสม 44 ล้านคัน? สำหรับเจ้าของรถจำนวนมหาศาลนี้การลดเบี้ยประกันรถยนต์ในปี 2568 ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำได้ง่ายกว่าที่คิด หากคุณรู้เทคนิคที่ถูกต้อง ก็สามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันได้สูงสุด 40% โดยไม่ต้องลดระดับความคุ้มครอง ตั้งแต่การเลือกแผนประกันที่เหมาะสม การใช้ประโยชน์จากส่วนลดพิเศษต่างๆ
ทำความเข้าใจโครงสร้างเบี้ยประกันรถยนต์ ก่อนลดค่าใช้จ่าย
การลดเบี้ยประกันรถยนต์ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจโครงสร้างเบี้ยประกันก่อน เพราะเบี้ยประกันไม่ได้เป็นตัวเลขเดียวที่บริษัทประกันกำหนดขึ้นมาแบบสุ่ม แต่คำนวณจากปัจจัยกำหนดเบี้ยประกันหลายประการ
โครงสร้างเบี้ยประกันรถยนต์
เบี้ยประกันรถยนต์ = เบี้ยประกันสุทธิ + อากรแสตมป์
• เบี้ยประกันสุทธิ คำนวณจากปัจจัยหลัก
o ทุนประกัน - โดยปกติคำนวณไว้ที่ประมาณ 80%-85% ของมูลค่ารถป้ายแดง
o ประเภทความคุ้มครอง (ชั้น 1,2,3,2+, 3+)
o ปัจจัยเสี่ยงส่วนบุคคล เช่น อายุผู้ขับขี่ ประวัติการเคลม
o ปัจจัยเสี่ยงรถยนต์ เช่น ปีรุ่นรถ ประเภทเครื่องยนต์ พื้นที่ใช้รถ
• อากรแสตมป์ เป็นภาษีที่กำหนดโดยกฎหมาย
ปัจจัยที่สามารถช่วยลดเบี้ยประกัน
• ปัจจัยที่ปรับได้ทันที
o ทุนประกัน – ยิ่งทุนประกันสูงเบี้ยประกันก็สูงตาม
o เลือกแพ็กเกจที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
o ระบุผู้ขับขี่ - การระบุชื่อผู้ขับขี่สามารถระบุได้อย่างน้อย 1 คน และสูงสุดไม่เกิน 5 คน หากผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์ มีพฤติกรรมขับขี่ดี ไม่เกิดอุบัติเหตุการขับขี่ โดยประมาทในรอบปีของกรมธรรม์ มีสิทธิได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัย 10% และสามารถได้รับส่วนลดเพิ่มปีละ 10% หากไม่มีการเกิดอุบัติเหตุต่อเนื่องกัน รวมส่วนลดสูงสุด 40%
o เพิ่มอุปกรณ์ป้องกัน เช่น กล้องหน้ารถ
• ปัจจัยที่เปลี่ยนไม่ได้
o ปีรุ่นและประเภทรถยนต์
o พื้นที่จดทะเบียนรถ

วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์
วิธีที่ 1: ขับดีไม่มีเคลม รับ "ส่วนลดประวัติดี" (No-Claim Bonus)
วิธีนี้เป็น รางวัลสำหรับประวัติการขับขี่ที่ดี ของรถคันที่เอาประกัน โดยจะได้รับส่วนลดค่าเบี้ยในปีถัดไป หากตลอดทั้งปีที่ผ่านมาไม่มีการเคลมประกันจากอุบัติเหตุที่ "ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด" ซึ่งเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่ผู้เอาประกันทุกคนจะได้รับตามเกณฑ์มาตรฐานของ คปภ. โดยส่วนลดจะเพิ่มขึ้นทุกปีแบบขั้นบันได
• เป็นส่วนลดที่ได้ "ณ วันต่ออายุประกัน" เพื่อตอบแทนประวัติการขับขี่ที่ดีในปีที่ผ่านมา
• คิดจาก ประวัติการเคลมของรถยนต์ ไม่ใช่ตัวบุคคล
• หากมีเคลมแต่เราเป็นฝ่ายถูก ส่วนลดนี้จะยังคงอยู่ ไม่หายไป
วิธีที่ 2: เลือกแพ็กเกจที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
การเลือกทำค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible เป็นวิธีที่ใช้กันบ่อยในการลดเบี้ยประกัน โดยผู้เอาประกันยอมรับการจ่ายค่าซ่อมส่วนแรกเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อแลกกับเบี้ยประกันที่ถูกลง ตัวอย่างเช่น หากเบี้ยประกันปกติ 14,800 บาท การเลือก Deductible 3,000 บาท จะลดเบี้ยเหลือ 11,800 บาท หรือเลือก 5,000 บาท จะลดเหลือ 9,800 บาท วิธีนี้แตกต่างจากค่า Excess ที่เป็นภาคบังคับ เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์ ขับระวัง และมีเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน เพราะจะช่วยประหยัดเบี้ยประกันได้อย่างเห็นได้ชัด
วิธีที่ 3: ระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ – เพื่อรับส่วนลดค่าเบี้ยจากพฤติกรรมการขับขี่
การระบุชื่อผู้ขับขี่เป็นวิธีที่หลายคนยังไม่ทราบว่าสามารถช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้ด้วย ซึ่งโดยทั่วไปจะสามารถระบุได้อย่างน้อย 1 คน และสูงสุดไม่เกิน 5 คนซึ่งสามารถช่วยลดค่าเบี้ยประกันลงได้ ตาม OIC ได้ประกาศไว้ กรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยจากพฤติกรรมการขับขี่ปีละ 10% หากไม่มีการเกิดอุบัติเหตุต่อเนื่องกัน รวมส่วนลดสูงสุด 40%
จะเกิดอะไรขึ้นหากผู้ขับขี่รถยนต์ ณ เวลาเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่บุคคลที่ระบุชื่อในกรมธรรม์
กรมธรรม์ประกันภัยยังคงให้ความคุ้มครอง ถึงแม้ว่าผู้ขับขี่รถยนต์ ณ เวลาเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่บุคคลที่ระบุชื่อในกรมธรรม์ แต่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรกเอง
● ความเสียหายต่อรถยนต์คันที่เอาประกันภัย 6,000 บาท
● ความเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี 2,000 บาท
หมายเหตุ: ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ สำหรับรถยนต์ที่มีการใช้งานแบบส่วนบุคคล จะต้องทำประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่เท่านั้น โดยสามารถระบุได้สูงสุด 5 คน
วิธีที่ 4: ติดตั้งกล้องหน้ารถยนต์ (CCTV) - ลดเบี้ยได้ 5-10%
การติดตั้งกล้องหน้ารถยนต์ เป็นวิธีที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก คปภ. ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 8/2560 เรื่อง ให้ใช้อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) โดยกำหนดให้บริษัทประกันสามารถให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยในอัตราร้อยละ 5-10 ของเบี้ยประกันภัยสุทธิ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2560
หมายเหตุ: แม้ส่วนลดนี้จะเป็นข้อกำหนดจาก คปภ. แต่ในทางปฏิบัติ เงื่อนไขและการให้ส่วนลดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัทประกันภัย ควรสอบถามเพื่อยืนยันกับเจ้าหน้าที่โดยตรงก่อนตัดสินใจทำประกัน
วิธีที่ 5: เปรียบเทียบราคาและซื้อประกันออนไลน์
การเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ จากกรมธรรม์แต่ละแบบไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1, 2+ หรือ 3+ เพียงเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของเรา และซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เป็นวิธีที่ช่วยลดเบี้ยประกันได้ รับความคุ้มครองที่ดีที่สุด พร้อมส่วนลดพิเศษ ข้อดีของการซื้อออนไลน์คือ ได้รับส่วนลดพิเศษที่บริษัทประกันมอบให้เฉพาะการซื้อผ่านช่องทางดิจิทัล และอาจมีโปรโมชั่นเพิ่มเติมตลอดปี นอกจากนี้ยังสามารถเช็คเบี้ยประกัน เปรียบเทียบความคุ้มครอง และเลือกแผนที่เหมาะสมได้ด้วยตัวเอง 24 ชั่วโมง
วิธีที่ 6: เลือกทุนประกันรถยนต์ให้เหมาะสมกับมูลค่าปัจจุบัน
การเลือกทุนประกันรถยนต์ให้เหมาะสมเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดเบี้ยประกัน เนื่องจากเบี้ยประกันรถยนต์จะแปรผันตามทุนประกัน ยิ่งทุนประกันสูง เบี้ยประกันก็สูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะรถที่มีอายุมากกว่า 2-3 ปี ทุนประกันจะลดลงทุกปีตามมูลค่าตลาดและค่าเสื่อมของตัวรถ ซึ่งทุนประกันที่ลดลงทุกปีนี้ ก็ส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องระวังไม่ให้เลือกทุนประกันต่ำเกินไป เพราะอาจไม่เพียงพอสำหรับค่าซ่อมแซมเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
วิธีที่ 7: เลือกซ่อมอู่ในเครือแทนศูนย์บริการ
การเลือกซ่อมรถที่อู่ในเครือแทนการซ่อมที่ศูนย์บริการ เป็นวิธีที่ช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้ ข้อดีของการเลือกซ่อมอู่ในเครือแทนศูนย์บริการ คือ นอกจากจะประหยัดเบี้ยแล้ว ยังสะดวกกว่าเดิม เพราะอู่ในเครือมีจำนวนมากกว่า และครอบคลุมหลายพื้นที่ จึงไม่ต้องเสียเวลาขับรถไกลไปซ่อมที่ศูนย์บริการ
วิธีที่ 8: เปลี่ยนจากประกันชั้น 1 เป็นชั้น 2+
การเปลี่ยนจากประกันรถยนต์ชั้น 1 มาเป็นชั้น 2+ เป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดเบี้ยประกันได้มาก โดยเฉพาะสำหรับรถที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป หรือผู้ขับขี่ที่ไม่ได้ใช้รถบ่อย ประกันชั้น 2+ ยังคงให้ความคุ้มครองที่จำเป็น เช่น รถชนรถ รถหาย ไฟไหม้ ถูกขโมย และความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก แต่ราคาเบี้ยถูกกว่าชั้น 1 นอกจากนี้ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือรถทดแทนระหว่างซ่อม
วิธีที่ 9: ใช้ประโยชน์จากโปรโมชั่นพิเศษ
การติดตามและใช้ประโยชน์จากโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ เป็นวิธีที่ช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้ โดยเฉพาะการซื้อประกันออนไลน์ที่มักมีโปรโมชั่นเด็ดตลอดทั้งปี เช่น ส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ การผ่อนเงินสด 0% นานสูงสุด 10 เดือน หรือแพ็กเกจความคุ้มครองเสริมฟรี และยังมีโปรโมชั่นเพิ่มเติมตลอด
วิธีที่ 10: การชำระเบี้ยประกันแบบรายปี
การเลือกชำระเบี้ยประกันแบบรายปีแทนการผ่อนรายเดือน เป็นวิธีที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ เนื่องจากบริษัทประกันมักเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการจัดเก็บเงินรายเดือน จึงมักเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการผ่อนจ่าย หรือคิดดอกเบี้ย การชำระเบี้ยครั้งเดียวทั้งปีจะช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมเหล่านี้ได้ และไม่ต้องกังวลเรื่องการผิดนัดชำระเงิน และมีความแน่นอนในการคุ้มครองตลอดทั้งปี
วิธีที่ 11: การรวมประกันหลายกรมธรรม์
การซื้อประกันหลายประเภทกับบริษัทเดียวกัน หรือการมีรถหลายคันใช้บริการประกันจากบริษัทเดียวกัน จะได้รับส่วนลดพิเศษจากความเป็นลูกค้า VIP บริษัทประกันมักให้ส่วนลดเพิ่มเติม 5-15% สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันหลายกรมธรรม์ เช่น ประกันรถยนต์ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันบ้าน วิธีนี้ช่วยลดต้นทุนการบริหารลูกค้าของบริษัท จึงแบ่งปันผลประโยชน์กลับมาในรูปของส่วนลด นอกจากนี้ยังได้ความสะดวกในการติดต่อและบริการหลังการขายที่ดีขึ้น
วิธีที่ 12: การต่ออายุประกันล่วงหน้า - ลดเบี้ยได้ 3-10%
การต่ออายุประกันล่วงหน้า 30-60 วันก่อนหมดอายุอาจช่วยประหยัดค่าเบี้ยได้ แม้ว่าส่วนลด "Early Bird" 3-10% จะไม่ใช่มาตรฐานของทุกบริษัท แต่เป็นโปรโมชั่นพิเศษที่บางบริษัทเสนอในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ข้อดีสำคัญของการต่อล่วงหน้าคือสามารถล็อคอัตราเบี้ยเก่าไว้ได้ ก่อนที่บริษัทจะปรับขึ้นเบี้ยในปีถัดไป พร้อมทั้งมีเวลาเปรียบเทียบแผนประกันอย่างรอบคอบและไม่ขาดช่วงความคุ้มครอง
คำแนะนำ: ควรสอบถามโปรโมชั่นกับบริษัทประกันโดยตรงก่อนตัดสินใจ เพราะแต่ละบริษัทมีนโยบายแตกต่างกัน และไม่ควรตัดสินใจเพียงเพราะส่วนลดเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขความคุ้มครองประกอบด้วย
ข้อควรระวังเมื่อต้องการลดเบี้ยประกันรถยนต์
1. ระวังการเลือกค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) สูงเกินไป
ต้องมีเงินสำรอง 3,000-5,000 บาท พร้อมจ่ายทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หากไม่มีเงินจ่าย จะไม่สามารถเคลมประกันได้
2. เวลาเกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่ไม่ใช่บุคคลที่ระบุชื่อในกรมธรรม์
กรมธรรม์ประกันภัยยังคงให้ความคุ้มครอง ถึงแม้ว่าผู้ขับขี่รถยนต์ ณ เวลาเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่บุคคลที่ระบุชื่อในกรมธรรม์ แต่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรกเองดังนี้
ความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย 6,000 บาท
ความเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี 2,000 บาท ต้องเตรียมแผนสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉิน
3. ระวังการลดทุนประกันต่ำเกินไป
ทุนประกันที่ต่ำเกินไปอาจไม่เพียงพอสำหรับค่าซ่อมแซม โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ที่มีอะไหล่แพง ควรเลือกทุนประกันที่เหมาะสมกับมูลค่าในตลาดปัจจุบัน
4. ระวังการมองแค่ราคาไม่ดูความคุ้มครอง
ประกันราคาถูกอาจมีความคุ้มครองน้อยหรือเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ควรเปรียบเทียบความคุ้มครองให้ครบถ้วนว่าประกันที่ราคาถูกเหมาะสมกับรถของเราจริงหรือไม่ การลดเบี้ยประกันรถยนต์ทั้ง 12 วิธีที่นำเสนอ สามารถช่วยลดเบี้ยประกันได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ส่วนตัว อ่านเงื่อนไขอย่างละเอียด และไม่ควรปรับลดความคุ้มครองที่จำเป็นเพียงเพื่อประหยัดเบี้ย เพราะการประกันรถยนต์ที่ดีคือการหาสมดุลระหว่างราคาที่เหมาะสมกับความคุ้มครองที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง เพื่อให้การขับขี่ปลอดภัยและมีความอุ่นใจในทุกการเดินทาง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ลดเบี้ยประกันแล้วความคุ้มครองจะลดลงหรือไม่
ขึ้นอยู่กับวิธีที่เลือกใช้ วิธีที่ได้รับการรับรองจาก คปภ. เช่น การติดกล้องหน้ารถ การระบุผู้ขับขี่ หรือการรักษาประวัติดี จะไม่ทำให้ความคุ้มครองลดลง แต่หากเลือกลดทุนประกัน หรือเปลี่ยนจากชั้น 1 เป็น 2+ ความคุ้มครองบางส่วนจะลดลง ดังนั้นควรเปรียบเทียบความคุ้มครองให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ
การซื้อประกันออนไลน์ปลอดภัยไหม
ปลอดภัยหากซื้อจากเว็บไซต์ธนชาตประกันภัยโดยตรง หรือแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ มีใบอนุญาต หรือเป็นตัวแทนของบริษัทประกันที่มีความน่าเชื่อถือ แต่ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลกรมธรรม์ เงื่อนไข และช่องทางติดต่อของบริษัทประกันก่อนตัดสินใจซื้อ
สามารถรวมหลายๆ วิธีเพื่อลดเบี้ยประกันได้หรือไม่
ได้ สามารถใช้หลายวิธีพร้อมกันได้ เช่น ติดกล้องหน้ารถ + ระบุผู้ขับขี่ + เลือก Deductible + รักษาประวัติดี จะช่วยลดเบี้ยได้มากขึ้น
