ติดขัดตรงไหน? ให้เราช่วย "คลิก" เราพร้อมติดต่อกลับโดยเร็ว

ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท

ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท ? เปิดคู่มือเลือกความคุ้มครองที่ใช่และคุ้มค่าที่สุดสำหรับรถคุณ

สำหรับคนมีรถ การเลือกซื้อความคุ้มครองหรือประกันรถยนต์สักกรมธรรม์มักมาพร้อมคำถามที่ว่า ‘ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท’ และ ‘แบบไหนที่คุ้มค่าที่สุด’ หลายคนอาจมองแค่เรื่องราคาเบี้ยประกัน แต่ความจริงแล้วหัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่และอายุของรถ การเข้าใจว่าประกันรถยนต์มีอะไรบ้างจะช่วยให้คุณได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ตอบโจทย์การใช้งาน และมั่นใจได้ว่าเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน คุณจะมีเกราะป้องกันทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดรองรับอยู่เสมอ

📌 Key Takeaways

  • ประกันรถยนต์แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+, 3)
  • ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองสูงสุดรวมถึงกรณีไม่มีคู่กรณี เหมาะสำหรับรถใหม่และมือใหม่
  • ประกันชั้น 2+ และ 3+ เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับรถอายุ 5 ปีขึ้นไป โดยเน้นความคุ้มครองกรณีรถชนรถ
  • การเลือกประเภทประกัน ควรพิจารณาจากอายุรถ ประสบการณ์ผู้ขับขี่ และงบประมาณเป็นหลัก

ประกันรถยนต์คืออะไร? ทำไมคนมีรถต้องทำประกัน ?

ประกันรถยนต์ คือ การบริหารความเสี่ยงในรูปแบบหนึ่งที่เจ้าของรถทำสัญญาไว้กับบริษัทประกันภัย เพื่อให้บริษัทเข้ามาช่วยรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกี่ยวกับรถยนต์

ข้อดีของการทำประกันรถยนต์

  • ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย: เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ประกันจะช่วยจ่ายค่าซ่อมรถและค่ารักษาพยาบาล แทนที่จะต้องควักเงินก้อนเองทั้งหมด
  • คุ้มครองความรับผิดชอบต่อคู่กรณี: กรณีเราเป็นฝ่ายผิด ประกันจะช่วยชดเชยค่าเสียหายให้กับคู่กรณี ทั้งด้านทรัพย์สินและร่างกาย
  • คุ้มครองเหตุไม่คาดฝันอื่นๆ: เช่น รถสูญหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ (ขึ้นอยู่กับประเภทประกัน)
  • ความอุ่นใจในการขับขี่: ลดความกังวลใจในทุกครั้งที่ออกเดินทาง เพราะรู้ว่ามีผู้ช่วยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ความคุ้มครองที่แตกต่างกันของประกันรถยนต์แต่ละประเภท

คนมีรถต้องรู้… ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?

ปัจจุบันประกันรถยนต์สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ที่มีหน้าที่แตกต่างกันชัดเจน ดังนี้

1. ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)

กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี หากไม่มีจะถือว่ามีความผิด และไม่สามารถใช้ยื่นต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์หรือต่อทะเบียนประจำปีได้ โดย พ.ร.บ. จะเน้นคุ้มครอง ‘คน’ (ค่ารักษาพยาบาล/กรณีเสียชีวิต) เท่านั้น แต่ไม่คุ้มครองตัวรถ

2. ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

เป็นประกันที่เราเลือกซื้อเพิ่มเติมตามความสมัครใจเพื่อคุ้มครอง ‘ตัวรถ’ และทรัพย์สิน ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักที่ได้รับความนิยม

  • ประกันชั้น 1: คุ้มครองครอบคลุมที่สุด (รถชนรถ, ชนสิ่งของ, รถหาย, ไฟไหม้, น้ำท่วม)
  • ประกันชั้น 2+: คุ้มครองรถชนรถ (มีคู่กรณี), รถหาย และไฟไหม้
  • ประกันชั้น 3+: คุ้มครองรถชนรถ (มีคู่กรณี) แต่ไม่คุ้มครองรถหายและไฟไหม้
  • ประกันชั้น 3: เน้นซ่อมรถคู่กรณีเป็นหลัก ไม่ซ่อมรถเราในทุกกรณี

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปทำงานอย่างไร มาดูตารางเปรียบเทียบการทำงานของประกันแต่ละประเภทในสถานการณ์ต่างๆ ดังนี้

สถานการณ์ / ความคุ้มครองชั้น 1ชั้น 2+ชั้น 3+ชั้น 3
รถชนรถ (มีคู่กรณี)
(คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี)
รถชนเสา/กำแพง (ไม่มีคู่กรณี)
รถหาย / ไฟไหม้
น้ำท่วม / ภัยธรรมชาติ
(ซื้อเพิ่ม)
ความรับผิดชอบต่อคู่กรณี

*เงื่อนไข ความคุ้มครอง และข้อยกเว้นเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

เคล็ดลับเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี ให้เหมาะกับรถของคุณ ?

การเลือกประเภทประกันไม่จำเป็นต้องเลือกแบบที่แพงที่สุดเสมอไป แต่ควรเลือกให้ ‘พอดี’ กับความเสี่ยงจริง ดังนี้

รถใหม่ป้ายแดง หรือรถมือใหม่หัดขับ

แนะนำประกันรถยนต์ชั้น 1 เพราะครอบคลุมทุกความเสี่ยง โดยเฉพาะกรณีเฉี่ยวชนเล็กน้อยแบบไม่มีคู่กรณี ซึ่งเกิดขึ้นได้บ่อยกับมือใหม่

💡 แนะนำผลิตภัณฑ์: ประกันรถยนต์ชั้น 1 จากธนชาตประกันภัย ที่ให้คุ้มครองสูงสุดแบบฉบับประกันชั้น 1 ทั้งกรณีรถชนรถ เฉี่ยวชนไม่มีคู่กรณี (ถอยชนเสา, เบียดฟุตบาท) พร้อมดูแลเรื่องรถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม ให้คุณมั่นใจได้เต็มที่ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกันรถยนต์ชั้น 1 single rate 

ทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองของประกันรถยนต์ชั้น 1 ทั้งหมดเพิ่มเติมได้ที่บทความ ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง ?

รถอายุ 5-15 ปี ที่ยังใช้งานเป็นประจำ

แนะนำประกันรถยนต์ชั้น 2+ เพราะให้ความคุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 ในราคาประหยัดกว่า และยังอุ่นใจเรื่องรถหายหรือไฟไหม้

💡 แนะนำผลิตภัณฑ์: ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ฟิต จากธนชาตประกันภัย ตัวเลือกที่สมดุล ความคุ้มครองที่ "ฟิต" มาให้พอดีกับการใช้งาน สำหรับรถใช้งานประจำ ดูแลครอบคลุมทั้งค่าซ่อมรถคุณและคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนรถ รวมถึงคุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้ อุ่นใจได้ทุกเส้นทางในราคาที่สบายกระเป๋ากว่า อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  ประกันรถยนต์ชั้น 2+ 

รถที่ใช้งานน้อย หรือมีที่จอดรถมิดชิด

หากไม่กังวลเรื่องรถหาย ประกันชั้น 3+ คือทางเลือกที่คุ้มค่า เพราะยังได้รับความคุ้มครองซ่อมรถเราหากเกิดอุบัติเหตุชนกับรถคันอื่น

💡 แนะนำผลิตภัณฑ์: ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ฟิต จากธนชาตประกันภัย เหมาะสำหรับผู้ที่ขับขี่คล่องแคล่วและไม่กังวลเรื่องรถหาย คุ้มครองการซ่อมรถคุณและคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนรถ รองรับรถเก่าสูงสุดถึง 30 ปี ให้คุณขับขี่ได้อย่างไร้กังวลโดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยแพงเกินความจำเป็น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกันรถยนต์ 3+ ฟิต 

เลือกประกันรถยนต์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน

ประกันรถยนต์แต่ละประเภท ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อรถ อายุรถ และทุนประกันที่เลือก สำหรับธนชาตประกันภัย เรามีแผนประกันที่เน้นความคุ้มค่าและราคาที่เข้าถึงง่าย ดังนี้

ประเภทประกันราคาเริ่มต้นโดยประมาณ (ต่อปี)
ประกันชั้น 114,000 บาท
ประกันชั้น 2+7,999 บาท
ประกันชั้น 3+5,000 บาท
ประกันชั้น 32,900 บาท

*หมายเหตุ : ราคาเบี้ยประกันอาจเปลี่ยนแปลงตามรุ่นรถและเงื่อนไขของแต่ละแผน

สรุปการเลือกประกันรถยนต์ เลือกแผนที่พอดีเพื่อการขับขี่ที่อุ่นใจ

สุดท้ายนี้ การทำความเข้าใจว่าประกันรถยนต์มีกี่ประเภทและแต่ละประเภทประกันรถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง ไม่ได้เป็นเพียงการเปรียบเทียบราคาเบี้ยประกันเท่านั้น แต่คือการวางแผนเพื่อปกป้องทรัพย์สินและตัวคุณเองอย่างชาญฉลาด เพราะประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดไม่ใช่แผนที่มีราคาสูงที่สุดเสมอไป แต่คือแผนที่ให้ความคุ้มครองได้ ‘พอดี’ กับลักษณะการใช้งานและอายุรถของคุณมากที่สุดนั่นเอง การสละเวลาพิจารณาความเสี่ยงและเลือกประเภทประกันให้เหมาะสม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการขับขี่อย่างอุ่นใจในทุกเส้นทาง

หากคุณกำลังมองหาความคุ้มครองที่มั่นใจได้ในราคาที่คุ้มค่า สามารถขอรับคำปรึกษาหรือเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ที่ตรงใจคุณได้ที่ ประกันภัยรถยนต์ จากธนชาตประกันภัย เราพร้อมดูแลและอยู่เคียงข้างคุณในทุกย่างก้าวของการใช้ชีวิต

FAQs คำถามที่พบบ่อย

Q1. รถเก่าควรทำประกันรถยนต์ประเภทไหนดี ?

A : หากรถมีอายุมากกว่า 15 ปี แต่สภาพยังดีและมีการใช้งานอยู่ แนะนำประกันชั้น 2+ หรือ 3+ เพื่อให้ยังมีความคุ้มครองซ่อมรถเราด้วย แต่ถ้าเน้นประหยัดที่สุดและแค่ป้องกันการรับผิดชอบต่อคู่กรณี ชั้น 3 คือคำตอบที่เหมาะสม

Q2. รถใหม่จำเป็นต้องทำประกันชั้น 1 หรือไม่ ?

A : แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่สำหรับรถใหม่ประกันชั้น 1 คือความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุด เพราะช่วยปกป้องมูลค่าของรถยนต์ได้ครอบคลุม และบริษัทประกันส่วนใหญ่มักรับทำชั้น 1 เฉพาะรถที่มีอายุไม่เกิน 7-10 ปีเท่านั้น

Q3. ทำประกันรถยนต์มากกว่า 1 ประเภทได้ไหม ?

A : โดยปกติเราจะทำประกันภาคสมัครใจเพียง 1 กรมธรรม์ต่อรถ 1 คัน (นอกเหนือจาก พ.ร.บ.) เพราะเมื่อเกิดเหตุ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมตามความเสียหายจริง ไม่สามารถเบิกซ้ำซ้อนจากหลายบริษัทเพื่อเอาประโยชน์ส่วนเกินได้